วุฒิสภา 2 พรรค
กรกฎาคม 29, 2007
คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดที่แต่งตั้งโดยคณะผู้ยึดอำนาจประชาชนเคาะร่างรัฐธรรมนูญร่างที่สองออกมาแล้ว มีหลายประเด็นที่ถูกแก้ไขแบบขอไปที แก้เพราะถูกท้วงติงอย่างหนักจนเห็นว่าขืนปล่อยไปก็คงถูกคว่ำในขั้นลงประชามติแน่
ความจริงผมไม่เคยตั้งความหวังไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้จะเป็นประชาธิปไตยเหมือนนานาอารยะประเทศ ผมเคยคิดว่าร่างนี้คงเป็นเหมือนร่างรัฐธรรมนูญของประเทศแถบแอฟริกาหรือไม่ก็เหมือนกับประเทศแถบอเมริกาใต้ที่ล้าหลัง เพราะที่มาของคณะผู้ร่างถูกแต่งตั้งโดยคณะผู้ยึดอำนาจ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนเหมือนคณะผู้ยกร่างชุดรัฐธรรมนูญปี 40
แม้หลายคนในคณะผู้ยกร่างจะเคยเป็นครูบาอาจารย์ที่สอนผมมา แม้หลายคนจะเป็นผู้ที่มีประวัติส่วนตัวที่น่าเคารพกราบไหว้ก็ตาม แต่ร่างที่สองที่ออกมาผมไม่เชื่อว่าจะไม่ถูกครอบงำ
ที่มาของ ส.ส.และส.ว.แม้จะถูกแก้ไขบ้างเพื่อลดแรงกดดัน แต่ก็ไม่ได้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนเจ้าของประเทศ ไม่ได้ฟังเสียงที่แท้จริงของประชาชน เขียนเหมือนกับ กูเป็นเจ้าของประเทศนี้เพียงกลุ่มเดียว พวกเดียว คนที่ไม่เห็นด้วยเป็นพวกไอ้ทักษิณทั้งหมดไม่ใช่พวกกู ต้องกำจัด ต้องเข่นฆ่า ต้องทำทุกวิถีทางให้พวกมันพ้นไปจากเวที เพราะพวกนี้มันเลว มันชั่ว มันเห็นแก่ตัว มันคอรัปชั่น มันไม่รักชาติ ไม่รักประชาชน ไม่รักสถาบัน มีแต่พวกกูที่ดี ที่ประเสริฐ ที่รักชาติ รักประชาชน รักสถาบันอยู่เพียงพวกเดียว กลุ่มเดียวในประเทศนี้ ประเทศที่ชื่อว่าประเทศไทย
ส.ส.เดิมร่างแรกเขียนไว้ให้มี 400 คน แบ่งเป็น ส.ส.เขต 320 คน ส.ส.สัดส่วน 80 คน ร่างที่สองก็ยังคงจำนวนไว้เหมือนเดิม 400 คน ทนเสียงทักท้วงไม่ไหวก็เลยแก้จากเขตละ 3 คนเป็นเขตละคน และยังคงส.ส.สัดส่วนไว้เหมือนเดิม ไม่มีคำอธิบายถึงเหตุผลที่แก้ไขว่ามีหลักอะไร แก้ปัญหาตรงไหน ของเดิมไม่ถูกต้องอย่างไร ผมรับไม่ได้ครับ
ส.ว.ยิ่งแล้วใหญ่ คงทนเสียงต้านรอบทิศที่เดิมให้ส.ว.มาจากการสรรหาไม่ไหว หรือไม่ก็กลัวไม่ผ่านประชามติ ก็เลยให้พบกันครึ่งทาง ให้มี ส.ว.จากการเลือกตั้งจังหวัดละคนรวม 76 คน ส.ว.จากการสรรหาอีก 74 คน รวม 150 คน โดยที่ทุกคนต้องไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองมาอย่างน้อย 5 ปี
ถามว่าการไม่สังกัดพรรคการเมืองมา 5 ปีมีความเป็นกลางตรงไหนครับ มีหลักประกันอะไรว่าพวกเขาจะเป็นกลางไม่รับเงินพรรคการเมือง ส.ว.ชุดที่แล้วที่ไม่เคยสังกัดพรรคการเมืองเลยและวิ่งโร่รับเงินพรรคการเมืองไม่มีสักคนเลยใช่มั๊ย
ถามว่ามีความเป็นธรรมตรงไหนครับที่คนกรุงเทพ 6 ล้านคนเลือก ส.ว.ได้คนเดียว แล้วคนระนองแค่ 3 แสนคนก็เลือก ส.ว.ได้คนเดียวเท่าคนกรุงเทพฯ
ร่างกฎหมายที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปยังวุฒิสภาชุดนี้มีหลักประกันอะไรที่ ส.ว.74 คนจากการสรรหาจะไม่คว่ำร่างกฎหมายของประชาชนถ้าร่างกฎหมายนั้นขัดกับผลประโยชน์ของผู้มีบุญคุณที่แต่งตั้งตัวเองเข้ามาเหมือน กรรมาธิการยกร่างชุดนี้
การประชุมคงตลกพิลึกที่บางคนขานชื่อตัวเองอย่างเต็มภาคพภูมิว่าเป็นส.ว.จากจังหวัดโน้นจังหวัดนี้แต่ส.ว.บางคนจากการสรรหาไม่กล้าขานชื่อและที่มาของตัวเอง
ธรรมชาติของสัตว์โลกต้องเข้าฝูงไม่เว้นแม้แต่คน ส.ว.ชุดนี้ก็คงแบ่งเป็น 2 ฝูงเอ๊ย 2พรรค การลงคะแนนก็เป็น 2 ฝ่าย เหมือนสภาผู้แทนฯมีฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน แล้วจะหาความเป็นกลางตรงไหนครับ
สุดท้าย ผมปลงแล้วครับ จะทำอะไรก็ทำกันเถอะ ผมเบื่อประเทศนี้เต็มแก่แล้ว และจะขออนุญาตพญาไม้เลิกเขียนคอลัมน์นี้ เพราะชื่อคอลัมน์มันสวนทางกับที่ผมคิด
เพราะประเทศไทยชักจะไม่ใช่ของผมแล้ว