ตำรวจ มีปัญหาจึงถูกปฏิรูป
สิงหาคม 5, 2007
รถไฟ เรือเมล์ ลิเก ตำรวจ 4 อาชีพนี้คนโบราณบอกว่าอย่าคบโดยเฉพาะผู้ชายห้ามหญิงสาวคบหาด้วยเด็ดขาด เพราะคบยาก ไม่จริงใจ ปลิ้นปล้อน หลอกลวง ความหมายของคนสมัยนี้ก็คือ ฟันแล้วทิ้ง
รถไฟนั้นถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่างมาร้อยกว่าปี ไม่เคยปรับปรุง ไม่มีความทันสมัย เก่า เหม็นไม่น่าใช้ ไม่น่าโดยสาร ขาดทุนบักโกรกมานานจนบัดนี้ไม่มีทีท่าว่าจะทำกำไรได้ ถ้าเป็นเอกชนล้มละลาย เลิกกิจการไปนานแล้ว นี่เพราะเป็นของรัฐจึงอาศัยเงินภาษีประชาชนถูลู่ถูกังอยู่ไปวัน ๆ ปฏิรูปไม่ไหวแล้ว ต้องปฏิวัติอย่างเดียว
เรือเมล์ ผมนึกไม่ออกว่ายังเหลืออยู่กี่แห่ง ความนิยมน้อยลง อาจเหลือเรือด่วนเจ้าพระยาที่ยังพอมีผู้โดยสารอยู่บ้างเพราะต้องการเลี่ยงรถติด กิจการนี้ต้องการการปฏิรูปเช่นกันแม้จะเป็นของเอกชนก็ตาม เพราะผูกขาดมานาน ไม่มีการแข่งขัน จึงไม่ค่อยได้รับการปรับปรุง
ลิเก เดี๋ยวนี้แทบไม่เหลือคนดู แม้สมัยผมเป็นเด็กจะเป็นความบันเทิงยอดฮิตที่ผมต้องหอบเสื่อเดินตามคุณย่าไปนั่งดูบ่อย ๆ ก็ตาม ลิเกยุคนี้จึงต้องพยายามปฏิรูปตัวเองด้วยการปรับปรุงการแสดงและเนื้อเรื่องให้ทันสมัยขึ้นแต่ก็สู้คอนเสิร์ตแหกแข้งขา โชว์โคกโชว์เต้าอล่างฉ่างสมัยนี้ไม่ได้
ตำรวจ อาชีพสุดท้ายที่เป็นที่รังเกียจของคนโบราณสืบเนื่องมาจนวันนี้ก็ยังรังเกียจอยู่จนรัฐบาลชุดนี้ต้องทำการปฏิรูปขนานใหญ่โดยผ่านกฎหมายออกมา 2 ฉบับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ฉบับแรกเป็นการปรับโครงสร้างการบริหารขนานใหญ่เพื่อให้การทำงานของตำรวจมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยเฉพาะการโยกการบังคับบัญชาไปขึ้นกับกระทรวงยุติธรรม และฉบับที่ 2 เป็นการจัดตั้งองค์กรอิสระขึ้นมารับเรื่องร้องเรียนการทำงานที่มีผลกระทบต่อประชาชนของตำรวจ
พูดง่าย ๆคือทั้งเคี่ยวเข็ญทั้งตีกรอบให้ทำงานและไม่ไว้ใจการทำงานนั่นเอง
ภายหลังผ่านคณะรัฐมนตรีไปได้เพียง 2 วันปรากฏว่าตำรวจเต้นกันทั้งประเทศ ยิ่งอดีตผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่หมดอำนาจไปแล้วยิ่งเต้นเป็นเจ้าเข้า เรียกประชุมด่วนคัดค้านทันที พรั่งพรูคำพูดร้อน ๆ ใส่รัฐบาลและ คมช.พอ ๆ กับคำพูดร้อน ๆ ของนปก.บนเวทีสนามหลวง
“ขอเตือนทั้งรัฐบาลและ คมช.อย่าผลักตำรวจเป็นฝ่ายตรงข้าม ใช้ตำรวจทำงาน แต่มารังเกียจตำรวจ มากดดันด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ ต้องบอกไว้เลยว่า หากตำรวจเองไม่มีหลักประกันในชีวิตราชการอย่างนี้ คนที่จะเสียหายคือประชาชน”
พลตำรวจเอกอชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรอง ผบ.ตร.ปากกล้าวิจารณ์ใส่รัฐบาลและ คมช.อย่างไม่เกรงใจทันที พร้อมเสียดสีนายกฯที่ออกคำสั่งผิดย้ายเพื่อนรักโกวิท วัฒนะ
“แล้วเรื่องนี้หากเกิดความเสียหาย พลเอกสุรยุทธ์ ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้นำ เพราะแค่ท่านเข้ามาเปลี่ยนตัวผู้บริหารตำรวจคนเดียวก่อนหน้านี้ โดยที่ไม่รอบคอบ ปัญหาก็เกิดมาแล้ว แล้วนี่ท่านจะมาเปลี่ยนตำรวจทั้งองค์กร ก็ควรต้องรอบคอบอย่างที่สุด มิฉะนั้นจะเสียหายมาก”
แปลว่าตำรวจใหญ่น้อยไม่ยอมและพร้อมจะออกมาต่อต้านทั้ง ๆ ที่ประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจก็คืออดีตตำรวจใหญ่ที่มีประวัติขาวสะอาดที่ตำรวจน้อยคนมี คือ พลตำรวจเอกวสิฐ เดชกุลชร ที่รู้ปัญหาตำรวจดี ทั้งปัญหาส่วย รีดไถ แต่งตั้งโยกย้าย ฯลฯ ซึ่งถ้าตำรวจไม่มีปัญหา ใครจะกล้าปฏิรูป
ยอมรับกับบ้างเถอะ ย้ายจากมหาดไทยมาครั้งหนึ่งแล้วไม่เห็นเป็นไร จะย้ายอีกสักทีทำเป็นจะตายไปได้
โธ่ พี่ป๋อม
รถไฟเมืองไทยเป็นสิ่งที่ผมสงสัยมานานแล้วว่า ทำไมไม่มีการปรับปรุงอะไรกันเลย
ผมเป็นคนหนุ่มที่ชอบเดินทาง และชีวิตก็เหมือนบังคับให้เดินทางอยู่เรื่อยๆ
ในการเดินทางหลายรูปแบบที่มีให้ ผมชอบ “รถไฟ” มากที่สุด
ผมว่ามันเป็นสัญลักษณ์ของการไปด้วยกันดี และดูเป็นพาหนะเพื่อคนในสังคม เวลาเรานั่งรถไฟ เรามักได้คุยกับเพื่อนๆ ส่วน “เครื่องบิน” ผมมองว่ามันเป็นสัญลักษณ์ ของตัวใครตัวมัน
ผมแปลกใจว่าบ้านเรามีสนามบินใหม่สุดไอเทค แต่ทำไมการรถไฟบ้านเรามันถึงเหมือนสมัยคุณปู่ผมอยู่เลย ( คุณปู่อาจบอกว่า มันก็ตั้งแต่สมัยทวดแก นั่นแหละ )
ตำรวจ ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ผมรู้สึกแหยงๆยังไงอยู่
ผมว่าอาชีพนี้ตลกดี เวลาเราอยู่ห่างๆเขาเราจะด่าเขาแบบไม่มีชิ้นดี
แต่เวลาอยู่ใกล้กัน ทำไมเราต้องพูดจาดีกับเขาเป็นพิเศษ …..
อย่างไรก็ตามผมก็รู้สึกไม่ดีต่อตัวเองเหมือนกันที่เราไปตีคลุมเอาหมด
เพราะมันก็ต้องมีคนดีๆอยู่บ้าง ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม
จะเปลี่ยน จะย้ายที่ไหน อย่ามาไถ่ผมละกัน
ด้วยรักและเคารพ
:->m’26