ภายหลังการออกเสียงลงประชามติที่ชัยชนะเป็นของ คมช.อย่างเฉียดฉิวจนอาจเป็นเหตุให้บรรดาบิ๊ก คมช.ทั้งหลายนอนไม่หลับ ด้วยประชาชนครึ่งประเทศปฏิเสธรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายถึงพวกเขายังคงถวิลหาอำนาจเก่า

พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง อดีต ส.ส.อดีต ส.ว.ตลอดจนผู้ครั่นเนื้อครั่นตัวอีกไม่น้อยที่อยากโดดลงเวทีการเมืองต่างเริ่มขยับเนื้อขยับตัว

           หลายคนเสนอทางเลือกใหม่ที่ว่ากันว่าเป็นทางสายกลางสำหรับประชาชน แต่เมื่อดูไปก็คนเก่าที่เคยอยู่กับอำนาจเก่า หลายคนเคยผิดหวังที่ทักษิณไม่ให้ความสำคัญเท่าที่ควร เพียงแต่พูดให้ฟังดูหรูเพื่อให้คนโง่หลงเชื่อ ทั้งที่นักการเมืองพวกนี้เคยเป็นเพียงพรรคเล็กพรรคน้อยรอร่วมรัฐบาลที่ทักษิณเคยจับมารวมพรรคทั้งสิ้น หาใช่เป็นพรรคการเมืองที่แท้จริงไม่

          ไม่ว่าจะเป็น ทางเลือกใหม่ สมานฉันท์ มัชฌิมา รวมใจไทยและแม้แต่ ประชาราชก็ตาม ทุกพรรคต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ประเทศชาติไม่มั่นคงเพราะประชาชนแตกแยก นักการเมืองไม่ปรองดอง แตกกันรุนแรง จึงต้องมีพรรคทางเลือกที่สามเพื่อใช้แนวทางสมานฉันท์ขึ้นมาบริหารประเทศ

          พูดง่าย น่าเชื่อ แต่เชื่อยาก เพราะพฤติกรรมในอดีตมีความชัดเจนว่าเป็นอย่างไร เล่นการเมืองเพื่อตัวเองหรือเพื่อประชาชน ถ้าจะเขียนถึงคนพวกนี้ถึงอดีตเขียนได้อีกหลายวัน

          แม้แต่ข้อเสนอใหม่ของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ที่เอาพรรคตัวเองไม่รอด จนต้องรวมกับไทยรักไทยที่ขอเป็นโซ่ข้อกลางที่แข็งแกร่งเชื่อมการเมืองสองขั้วที่ขัดแย้งกันให้ผูกสัมพันธ์กันนั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้

          พวกนี้กำลังหลอกประชาชน ว่าประเทศชาติมีการแตกแยก ซึ่งไม่จริง เพราะผลการลงประชามติครั้งนี้คือความจริงที่ประชาชนเลือกทางเดินแล้วว่าจะเดินทางไหน ซึ่งไม่ใช่ทางสายกลางแน่นอนและทางสายนี้พวกเขาไม่ยอมเดินด้วย ฉะนั้นพรรคเหล่านี้เตรียมความผิดหวังล่วงหน้าได้

          ประชาชน 15 ล้านคนที่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ 99%ไม่ได้อ่านรัฐธรรมนูญแต่มาจาก ฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้กว่า 90% ที่เหลือมาจากฐานเสียงพรรคชาติไทยในภาคกลาง มาจากไอ้เณรที่ถูกเกณฑ์ไปลงคะแนนด้วยบัตรคนละใบใช่หรือไม่ มาจากประชาชนโดยเฉพาะพ่อค้าที่อยากเห็นบ้านเมืองสงบปราศจากการประท้วงชุมนุมจะได้ทำการค้าได้สะดวก และอีกไม่กี่คนที่อ่านแล้วก็เห็นด้วย

          แต่ 10 ล้านคนที่ไม่เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญซึ่งมาจากภาคอีสานและภาคเหนือนั้นยอมรับหรือไม่ว่า 99% ก็ไม่ได้อ่านแต่มาจากคนที่ชอบทักษิณ ที่เหลือคือพวกที่อ่านและไม่เห็นด้วยจริงกับพวกที่ไม่เอาเผด็จการ

          แล้วอีก 19 ล้านคนที่ไม่ยอมไปออกเสียงละสำรวจกันหรือยังว่าคนเหล่านี้คิดยังไง ซึ่งผมเชื่อว่าไม่น้อยเป็นคนชอบทักษิณและไม่เอาเผด็จการ ทำไปทำมารวมกับ 10 ล้านเสียงแล้วอาจเท่าหรือมากกว่า 15 ล้านเสียงก็ได้

          นี่แหละที่ทำให้ คมช.ปชป.ชท.สมานฉันท์ มัชฌิมา ประชาราช รวมใจไทย นอนไม่หลับ

          โซ่ข้อกลางจึงไม่มีความหมาย ผมว่าประชาธิปไตยไทยมันเดินถูกทางแล้วที่ต้องการเห็นการเมืองแบ่งเป็นสองข้างคอยตรวจสอบกัน โดยมีคนกรุงเทพที่ไวต่อกระแสเป็นตัวสวิงที่จะไปข้างไหนแล้วแต่สถานการณ์ โซ่ที่ว่าจึงควรไปคล้องซีกใดซีกหนึ่งดีกว่า ประชาธิปัตย์หรือพลังประชาชนที่สมัคร สุนทรเวชประกาศชัดเจนแล้วว่าอยู่ข้างทักษิณ

          โดนเขาปฏิวัติไม่เข็จหรือ จะตั้งพรรค รวมพรรคให้เขาอีก บ้าหรือเปล่า

ใส่ความเห็น